Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts

Monday, February 4, 2013

ชมดอกทานตะวันบานสะพรั่ง ณ ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน ลพบุรี

ทุ่งทานตะวัน ลพบุรี

ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน
ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ททท. และ คุณ Eddy

          สายลมพัดอ่อน ๆ แสงแดดเจิดจ้า สะท้อนความสดใสของ "ดอกทานตะวัน" ที่บานสะพรั่งไปทั่วทั้งท้องทุ่ง ... แค่เอ่ยแบบนี้คงทำให้ใครหลาย ๆ คน คิดอยากจะไปท่องเที่ยว สัมผัสความสวยงามของ "ทุ่งทานตะวัน" อันเลื่องชื่อของจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรีกันแล้วแน่ ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมขออาสาเป็นไกด์ พาไปทัวร์ พร้อม ๆ กับนำเรื่องราวเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยว "ทุ่งทานตะวัน" มาบอกเล่าเก้าสิบกันค่ะ...

          ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่าง จังหวัดลพบุรี และ จังหวัดสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมากในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองทองอร่าม งดงามกว้างไกลสุดสายตาของดอกทานตะวัน บานชูช่อเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก


ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน

จังหวัดลพบุรี 

          สำหรับจังหวัดลพบุรีมีการปลูกทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย คือ ประมาณ 200,000 – 300,000 ไร่ ดอกทานตะวันจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม โดยแหล่งที่ปลูกทานตะวัน จะกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล พื้นที่ที่ปลูกเป็นจำนวนมาก ได้แก่ บริเวณเขาจีนและใกล้วัดเวฬุวันตำบลโคกตูมอำเภอเมือง การเดินทางลพบุรี ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ลพบุรี - สระบุรี) ถึงกิโลเมตรที่ 4 เลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงหมายเลข 3017 (ทางไปตำบลโคกตูม) ระยะทางประมาณ 8 กม. จะถึงทางเข้าวัดเวฬุวัน (ด้านซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จะถึงทุ่งทานตะวัน สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวลพบุรี - วังม่วง ผ่านทางเข้าวัดเวฬุวัน รถออกจากสถานีขนส่งลพบุรี ระหว่างเวลา 06.20 - 17.00 น.

          นอกจากนี้ ยังมีแหล่งปลูกทานตะวันกระจัดกระจาย ไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอพัฒนานิคม บริเวณช่องสาริกา (เข้าทางวัดมณีศรีโสภณ) ริมทางหลวงหมายเลข 21 และบริเวณตำบลชอนน้อย ทางหลวงหมายเลข 3334

กำหนดการท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน จังหวัดลพบุรี ประจำปี 2553

          1. ทุ่งทานตะวัน ชอนน้อย ตำบลชอนน้อย ซอย 20 สาย 4 เขาอ้ายก้าน ต.ชอนน้อย อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี วันจัดงาน 12 – 25 พฤศจิกายน 2553 ขนาดพื้นที่ 120 ไร่, 26 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2553 ขนาดพื้นที่ 100 ไร่ และ 1 – 15 มกราคม 2553 ขนาดพื้นที่ 100 ไร่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสนิท เจ้าย่าน โทรศัพท์ 089 - 9804690 และ อบต.ชอนน้อย โทรศัพท์ 036 – 491340

          2. ไร่ทานตะวันคุณจำปี กม.30 – 31 ทางหลวง 3017 ซอย 15 – 16 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี วันจัดงาน ได้แก่ แปลงที่ 1 วันที่ 5 – 20 พ.ย. 53 บริเวณ กม.31-560 (3017) ขนาดพื้นที่ 25 ไร่, แปลงที่ 2 วันที่ 21 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2553 บริเวณ กม.31-400 (3017), แปลงที่ 3 ที่ 4 วันที่ 9 – 23 ธันวาคม 2553 บริเวณ กม.30-00 (3017) และแปลงที่ 5 วันที่ 1 – 20 มกราคม 2554 บริเวณ 31 – 480 (3017) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวัฒนา แย้มเจิม โทรศัพท์ 089 – 8002399

          3. ทุ่งทานตะวันไร่คุณณรงค์ มุกดารา ทางหลวงหมายเลข 3017 ซอย 24 (ก่อนถึงเขื่อน 4 กม.) ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี วันจัดงาน 28 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2553 ขนาดพื้นที่ 50 ไร่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณรงค์ มุกดารา 086 – 0687745 หรือ http://www.sunflower.name/

          4. ทุ่งทานตะวันเขาจีนแล (วัดเวฬุวัน) บริเวณ ทางเข้าวัดเวฬุวัน บ้านท่าเดื่อ ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี วันจัดงาน 3 – 12 ธันวาคม 2553 ขนาดพื้นที่ 1,500ไร่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองยุทธการและการข่าว ศูนย์สงครามพิเศษ โทรศัพท์ 036 - 422774

          5. ทุ่งทานตะวันบาน ไร่คุณปู่ ก.ม. 11 – 12 ถนนหมายเลข 21 อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี วันจัดงาน 5 - 15 ธันวาคม 2553 ขนาดพื้นที่ 50 ไร่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไร่คุณปู่ โทรศัพท์ 081 - 9472935

          6. ทุ่งทานตะวันบ้านซับราง ตั้งอยู่บริเวณนิคมบ่อ 6 วันจัดงานคือช่วงเดือนธันวาคม 2553 ขนาดพื้นที่ 1,000 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลโคกตูม โทรศัพท์ 036-420842

          ทั้ง นี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี  โทร. 0 3641 3822, กองกิจการพลเรือนศูนย์สงครามพิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โทร. 0 3642 2774, ที่ว่าการอำเภอพัฒนานิคม โทร. (036) 491258, เกษตรอำเภอเมืองลพบุรี โทร. (036) 411202, 412338 และเกษตรอำเภอพัฒนานิคม โทร. (036) 491133

    
การเดินทาง

          จากลพบุรีใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ลพบุรี-สระบุรี) ถึงกิโลเมตรที่ 4 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3017 (ทางไปตำบลโคกตูม) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าวัดเวฬุวัน (ด้านซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทุ่งทานตะวัน สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวลพบุรี – วังม่วง ผ่านทางเข้าวัดเวฬุวัน รถออกจากสถานีขนส่งลพบุรี ระหว่างเวลา 06.00 – 17.30 น.

          นอกจากนี้ ยังมีแหล่งปลูกทานตะวันกระจัดกระจายไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอพัฒนานิคม บริเวณช่องสาริกา (เข้าทางวัดมณีศรีโสภณ) ริมทางหลวงหมายเลข 21


ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน


จังหวัดสระบุรี

          จังหวัดสระบุรีได้จัด งานเทศกาลทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งทั่วทั้งสระบุรี ประจำปี 2553 ณ บริเวณพื้นที่ในเขตอำเภอวังม่วง และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีกิจกรรมถ่ายภาพ, ชมวิว, ขี่จักรยานชมทุ่งทานตะวัน และการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี โทร. 0 3621 2947 และททท. สำนักงานลพบุรี โทร. 0 3642 2768 - 9 
   
กำหนดการทุ่งทานตะวันบาน จังหวัดสระบุรี ประจำปี 2553


ทุ่งทานตะวัน


         
          อย่าลืมนะคะ ถ้ามีเวลาว่าง...ก็ลองไปสัมผัสความสวยงามของ "ทุ่งดอกทานตะวัน" ตามสโลแกน "เที่ยวไทยคึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก"

นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน ชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

วันนี้มีทริปมาแนะนำ เป็นทริปง่ายๆ เช้าไปเย็นกลับ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ทริปนี้คือ นั่งรถไฟชมทุ่งทานตะวัน รถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สำหรับในปี 2551 นี้เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ผมเองไปมาสดๆร้อน วันนี้ (23 พฤศจิกายน) เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ เผื่อใครที่สนใจจะไปเที่ยว จะได้เป็นข้อมูล ขบวนรถไฟที่ไปทุ่งทานตะวัน-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นขบวนรถพิเศษที่จะเริ่มเดินทางในช่วงประมาณวันที่ 22 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นช่วงที่ดอกทานตะวันเริ่มบาน ออกเดินทางทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด ราคาจะแบ่งตามชั้นโดยสาร รถนั่งชั้น 1 (ปรับอากาศ) ราคา 675 บาท รถนั่งชั้น 2 (ปรับอากาศ) ราคา 465 บาท รถนั่งชั้น (พัดลม) 255 บาท (ราคาค่าโดยสารไป-กลับ รวมค่าเข้าชมทุ่งทานตะวัน)
สำหรับผมเลือกนั่งชั้น 3 ครับ จะได้ถ่ายภาพได้สะดวก ที่สำคัญราคาถูกที่สุดด้วยครับ อิอิ ผมขึ้นรถตอนเช้าที่สถานีบางซื่อ การเดินทางสะดวกมากครับนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วโผล่ที่สถานีบางซื่อ ขึ้นข้างบนมาก็เจอสถานีรถไฟบางซื่อเลย ตามกำหนดการบอกว่ารถไฟจะมาถึงสถานีบางซื่อ 6.59 น. แต่รถไฟเสียครับเลยต้องเสียเวลาซ่อมกัน จน 7.30 น. รถไฟก็มาถึงบางซื่อ วิ่งผ่านบางเขน-หลักสี่-ดอนเมือง-รังสิต-สระบุรี-แก่งคอย

ประมาณ 10 โมงเศษๆ รถไฟก็มาถึงทุ่งทานตะวัน สีเหลืองอร่าม แอบผิดหวังเล็กน้อยครับเนื่องจากดอกยังไม่บานเต็มที่ แต่ดูแล้วก็สวยดีครับ ที่ทุ่งทานตะวันเรามีเวลา 30 นาทีในการถ่ายรูป ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ก็ลุยเข้าไปข้างในกันเลย

พอถึงเวลาเค้าก็จะเรียกขึ้นรถไฟ มีคารามายเตรียมไว้ให้คนที่แพ้เกษรดอกทานตะวันด้วย พนักงานจะเดินแจกคารามาย บริการดีครับ
อีกจุดหนึ่งของทริปนี้ที่มีความสวยงามคือ จุดบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เส้นทางรถไฟที่คดเคี้ยว พาดกลางอยู่เหนือเขื่อนเสมือนรถไฟกำลังลอยอยู่ในน้ำ ถ้ามองจากท้ายขบวนจะเห็นหัวขบวนโค้งมาทางด้านซ้าย ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ต้องเดินไปที่ท้ายขบวนจะมองเห็นทั้งขบวน จุดนี้รถไฟจะจอดให้ถ่ายรูปประมาณ 20 นาที ทันทีที่จอดปุ๊ปคนก็เฮลงมาเยอะมากครับ เดินไปไหนไม่ได้เลย วันนี้มีน้ำเยอะมากดูแล้วสวยดีครับ ลมเย็นดีมากด้วย

รถออกจากเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปยังสถานีโคกสลุง สถานีสุดท้าย สถานีนี่จะมีเวลาเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าได้ประมาณ 5 นาที หัวขบวนรถไฟจะเปลี่ยนมาอยู่อีกด้านหนึ่งแทน เพื่อกลับเส้นทางเดินรถ
ประมาณเที่ยงรถไฟก็มาถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เราจะทานข้างกลางวันกันที่นี่ วันนี้คนค่อนข้างเยอะครับ รถยนต์ก็มีเยอะเมื่อลงจากรถไฟแล้วจะ้เห็นร้านอาหารเรียงกันอยู่รายทางทาง ซ้ายมือให้เลือก หรือจะไปกินข้างในก็ได้เหมือนกับโรงอาหาร มีของกินให้เลือกเยอะ ราคาไม่แพง เข้าไปข้างในจะมีร้านขายของที่ระลึก แล้วก็ผลิตภัณฑ์จากดอกทานตะวัน

เมื่ออิ่มแล้วมาเดินเล่นกันต่อครับ ภายในเขื่อนจะมีรถตัวหนอนหรือที่เรียกว่ารถลากแหล่ะครับรอบนึงก็ 50 นาที ถ้าใครจะนั่งรถตัวหนอนชมวิวรอบเขื่อนก็เผื่อเวลาไว้ด้วย รถไฟจะมารับอีกทีตอน 14.10 น. หรือจะนั่งเกวียนม้าก็มีครับ

ผมเดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ดีกว่า

เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีอาหารปลาขายด้วย ถุงละ 5 บาท พอโปรยอาหารปลาไปก็ดังที่เห็นในภาพ ปลาเยอะมากๆครับ อากาสวันนี้ร้อนมากๆ ผมเดินเล่นถึง 14.00 น. เลยไปรอรถไฟกลับตรงสถานีป่าสักชลสิทธิ์
ประมาณ 14.15 น. รถไฟก็มาถึงครับ พอขึ้นรถไฟแล้วอยากจะหลับจริงๆ เหนื่อยมากๆเลย ขากลับรถไฟก็วิ่งเส้นทางเดินกับขามาแหล่ะครับ แต่ไม่จอดให้ชมวิวที่ไหนแล้วมุ่งเข้ากรุงเทพเลย ของผมก็ลงสถานีบางชื่อเหมือนเดิม ถึงสถานีตอน 17.30 น.
ทริปนี้ก็จบลง ทริปหน้าเจอกันใหม่ครับ :)
คำแนะนำ
  • ไม่ควรใส่กระโปรงไปบันไดรถไฟค่อนข้างสูงจะลำบากในการขึ้นลง
  • คนชราจะลำบากเวลาก้าวขึ้น-ลงบันได ต้องให้ลูกๆช่วยดูด้วยครับ
  • มื้อเช้าให้ทำจากบ้านแล้วไปทานบนรถ ไม่มีของเดินขายบนรถ แต่จะมีหาบมาขายเวลาจอดที่สถานีเป็นพวกไก่ย่าง ข้าวเหนียว
ที่มา;google